โฆษณากับสีแดง
กระทงร้อน

เรื่องแนะนำ

Powered by
10
คะแนน
 
โดย boi9999 เป็นกระทงร้อน 4 เดือนที่แล้ว
เข้าเวปอาทิตย์ละ2ช.ม.เซ็งงานเยอะตลอด เฮ้อ.... ไม่ว่างซะที
 

การยึดซำเหนือของขบวนการปเทดลาว และชัยชนะของพูมี หน่อสวรรค์ในการยึดครองเวียงจัน อาจจะทำให้ความวุ่นวายทางการเมืองแบบในเมืองจบลง

แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายและหายนะบนสนามรบแทน

และหลังจากเหตุการณ์นี้ สงครามกลางเมืองในลาวที่ดุเดือดและเป็นสมรถภูมิรบที่โหดเหี้ยมไม่แพ้สมรภูมิอื่นใดในโลกที่ผ่านมา ก็เกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ

คะแนน: 11 ชอบ, 1 ไม่ชอบ

tag: ทหาร บทความ ประวัติศาสตร์ ประเทศไทย ลาว วีรกรรม สงคราม สยาม ไทย

ประเภท: การเมือง

คลับ: ประวัติศาสตร์ไทย

17 บทวิจารณ์  |  4,722 คนอ่าน
 
ภาพประกอบ

บทความ เนื้อเรื่อง หรือ คำอธิบาย โดยละเอียด

ซีไอเอ เจ้ากี้เจ้าการใหญ่ ใช้เครดิตจากการเอาชนะทางทหารต่อลาวแดง ยึดอำนาจการตัดสินใจแก้ปัญหาในลาว แทนฝ่ายกระทรวงการต่างประเทศอเมริกันโดยสิ้นเชิง

ซึ่งรูปธรรมที่เกิดขึ้นคือ HQ333 ตึกสีขาวรูปทรงธรรมดา แถวสนามบินอุดรฯ

แต่นี่คือสำนักงานที่ชี้ชะตาสมรภูมิตัวแทนสงครามเย็นแห่งยุคสมัย

ผู้ชี้ชะตาทั้งลาว ไทย สหรัฐฯ เวียดนามเหนือและการปลดปล่อยเวียดนามใต้ จีนแดง และสหภาพโซเวียต

ไม่นับรวมบริวารของเหล่ามหาอำนาจที่วนๆ เวียนๆ เข้ามาจิกกินซากศพทหารและเศษดอลล่าร์อีกนับไม่ถ้วน

และเมื่อมีผู้อนุเคราะห์เปิดตัวนายพลวังเปา คีย์แมนด้านการรบในสงครามเลือดในลาวไปแล้ว ก็ต้องขอลัดตัดตรงมาที่ขุนพลฝ่ายไทยกันบ้าง

แน่นอนครับ พล.ท.วิฑูรย์ ยะสวัสดิ์ ที่ในขณะนั้น คนวงนอกรู้จักแต่ เทพ 333 เจ้าของลายเซ็น Dhep และชื่อจัดตั้ง เทพ จิตรเดช
การเข้าไปแทรกแซงทางการทหารในประเทศลาว เริ่มขึ้นมาตั้งแต่สมัยของจอมพล ส.ที่นอกจากจะสนับสนุนด้วยกำลังทหารจากฝั่งไทยโดยเปิดเผยแล้ว ในระยะเริ่มแรกเขายังส่งทหารหน่วยรบพิเศษ แทรกซึมเข้าไปหาข่าว และให้การช่วยเหลือกองทัพสหรัฐฯในการรบในสงครามเวียดนาม ซึ่งกินพื้นที่เข้ามาในดินแดนลาวอีกด้วย

หลังจากนั้น ก็เป็นภารกิจของการเป็นครูฝึกทหารให้กับชาวม้ง เพื่อใช้เป็นกำลังรบหลักกับทหารลาวแดง เพราะลึกๆ แล้ว ทหารรัฐบาลกับทหารแนวลาวรักชาติ คือลาวลุ่มเหมือนกัน

ดังนั้น หากหลีกเลี่ยงได้ ก็มักจะไม่อยากที่จะเข้ารบต่อตีกันเป็นเรื่องเป็นราวเท่าไรนัก

ผิดกับพวกม้ง ที่เป็นพวกชนกลุ่มน้อยได้รับการเหยียดหยาม และด้อยภิสิทธิ์ในแผ่นดินเกิดของตัวเองมาตลอด

พวกนี้มักจะสู้ขาดใจและไม่ค่อยยอมกัน เนื่องจากมีเรื่องของเชื้อชาติเข้ามาด้วย

ภายหลังการตกลงกันที่ซูริกจบลงได้ เพราะกองผสมไทย ลาวขวา ม้ง และกองพล 93 จากรัฐฉานที่ซีไอเออุปถัมภ์อยู่ พ่ายแพ้แก่กองทหารขบวนการปเทดลาว ที่หลวงน้ำทา เนื่องจากปัญหาของชัยภูมิและการสนับสนุนทางการทหารของเวียดมินห์นับหมื่น ๆ คน ทำให้ซีไอเอต้องปรับกลยุทธใหม่ ภายหลังการตกลงยอมลงนามในสัญญาสันติภาพ ที่ให้ประเทศลาวเป็นกลาง ไม่ถูกแทรกแซงจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แล้ว

สิ่งที่ซีไอเอ เร่งทำเป็นอันดับแรกคือเพิ่มขนาดของกองทัพรัฐบาลฝ่ายขวาที่ขึ้นกับนายพลพูมี และเจ้าบุญอุ้ม จาก 2 หมื่นกว่าคน เป็น 6 หมื่นกว่าคน

ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณและอาวุธจากซีไอเอ เนื่องจากด้วยข้อตกลงที่ซูริก ทำให้สหรัฐฯเข้าไปทำสงครามอย่างเป็นทางการในลาวไม่ได้ (ไม่อยากทำด้วยแหละ)

งบประมาณในส่วนนี้บริหารโดยซีไอเอ โดยมีกองบัญชาการใหญ่อยู่ที่ อุดรฯที่เรียกว่า HQ333

ส่วนเงินนั้นมาจากหลากหลายที่ รวมทั้งการค้าฝิ่นดิบ ที่ทางนายพลอ้วน ราทิกุล ผบ.สส.ของลาวในขณะนั้น ทำอย่างเปิดเผยจนสภาครองเกรสรับไม่ได้ ต้องปรามๆ ให้เบาๆ หน่อย

ทางด้านการฝึกทหาร ก็ได้รับการสนับสนุนจากตชด.และหน่วยรบพิเศษของไทย ที่เคยให้การสนับสนุนทหารลาวฝ่ายขวามาตลอด

การตัดสินใจของรัฐบาลไทยในการส่งทหารเข้าไปรบในลาว เกิดขึ้นเนื่องจากทฤษฎีโดมีโน ที่เชื่อว่าหากอินโดจีนเป็นคอมมิวนิสต์แล้ว ไทยก็ยากที่จะพ้นมือไปได้

ซึ่งสิ่งเหล่านี้สอดคล้องกับหลักการในการป้องกันประเทศของไทยที่เปลี่ยนแปลงมาหลังเสียกรุงศรีอยุธยา

นั่นคือ ต้องออกไปรบนอกบ้าน ไม่ใช่ปิดประตูเมืองปล่อยให้ข้าศึกมาล้อมรอน้ำหลากหมือนอยุธยาอีกแล้ว

และนายทหารที่รัฐบาลไทยเลือกที่จะส่งไปทำหน้าที่บัญชาการกองกำลังเสือพราน เพื่อประสานงานกับกองกำลังชาวม้งของวังเปา ก็คือนายทหารยศพันโทที่ชื่อวิฑูรย์ ยะสวัสดิ์

เด็กชายวิฑูรย์ ยะสวสัดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 6 กรกฏาคม 2468 ที่ตำบลบ้านใหม่ ตลาดล่าง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

จบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 3 โรงเรียนครูเฮงในตัวอำเภอ ก่อนจะเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนชื่อดังประจำจังหวัด "เบญจมาราชรังสฤษดิ์" และเข้าเรียนโรงเรียนเตรียมทหารบก เมื่อปี 2483 นับรุ่นได้เป็นรุ่นที่ 3

หลังจากนั้นจึงเรียนต่อในโรงเรียนเทคนิคทหารบก รุ่นที่ 9 ในปี 2485 ก่อนจะออกไปรับราชการในสังกัดทหารเหล่าช่าง แล้วไปเรียนโรงเรียนเสนาธิการทหารบกในปี 2498 จากนั้นได้ไปเรียนต่อที่โรงเรียนเสนาธิการทหารสหรัฐในปี 2506

และเมื่อกลับมาถึงเมืองไทย เขาก็ได้รับข้อเสนอให้ไปนำทัพคุมกองกำลังเสือพรานในสมรภูมิลาวทันที
ก่อนจะเข้าสมรภูมิรบในลาว ต้องทำความเข้าใจสถานภาพของสนามรบแห่งนี้ก่อนว่ามีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนอยู่หลายประการ

เอาคู่รบหลักก่อน

เวียดนามเหนือ ด้วยเป้าหมายที่จะปลดปล่อยประเทศเวียดนามออกจากการเป็นอาณานิคม โดยเริ่มจากพื้นที่ห่างไกลทางเหนือ ที่เป็นเขตปลอดทหารภายหลังการถอนตัวไปของทหารญี่ปุ่น เพราะจากข้อตกลงแบ่งดินแดนปลดอาวุธ ทางตอนเหนือของเวียดนามอยู่ในอำนาจหน้าที่ของทหารจีนฝ่ายเจียงไคเช็ค

แต่เมื่อต้องเผชิญกับสงครามกลางเมืองกับเหมาเจ๋อตุง เจียงจึงเลือกที่จะดึงกองทหารกลับแผ่นดินใหญ่มากกว่าที่จะสนใจในภาระหน้าที่ระดับชาติที่สัมพันธมิตรกำหนดไว้ให้

ขณะที่อังกฤษเองก็มีอำนาจควบคุมดูแลได้เฉพาะทางตอนใต้ ทำให้โวเวียนเกี๊ยป มือขวาทางการทหารของโฮจิมินห์สามารถจัดตั้งกองทหารเวียดมินห์เพื่อการปลดแอกได้ถึง 2 หมื่นคน และเริ่มทำสงครามกับมหาอำนาจทุกรายที่เรียงหน้าเข้ามาในขณะนั้น

ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ของประเทศเวียดนามที่ทอดยาวเลียบมหาสมุทร ทำให้การปิดกั้นการลำเลียงทหารและเสบียงลงไปทางใต้เป็นไปอย่างง่ายดาย เพราะพื้นที่ที่เล็กแคบ ง่ายต่อการปิดกั้น

เวียดนามเหนือจึงไม่มีทางเลือกที่จะต้องสร้างเส้นทางใหม่เพื่อใช้ในการลำเลียงส่งกำลังลงไปตีไซ่ง่อน เลาะเข้าไปในดินแดนลาวอันกว้างใหญ่ไพศาลและเต็มไปด้วยป่ารกทึบยากต่อการตรวจค้นหา ก่อนจะวกกลับเข้าไซง่อนอีกทีแถวชายแดนเขมรใกล้พนมเปญ

การใช้ "โฮจิมินห์ เทรล" ของเวียดนามเหนือเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นทั้งในลาวและกัมพูชา เพราะการสร้าง คุ้มกัน และซ่อมแซมเส้นทางสายหลักในการส่งกำลังบำรุงนี้ทำให้ต้องมีทหารเวียดมินห์นับหมื่น ๆ คนเข้าทำการสู้รบเพื่อป้องกันเส้นทาง

ไม่รวมชาวบ้านอีกนับแสนคนที่ต้องออกมาซ่อมบำรุงทางภายหลังการทิ้งระเบิด

ดังนั้น เวียดมินห์จึงจำเป็นจะต้องสนับสนุนขบวนการปเทดลาว เพื่อให้เป็นพันธมิตรในการคุ้มกันเส้นทางลำเลียงนี้ พร้อมกับผลพลอยได้ หากแนวลาวรักชาติปลดแอกได้ ก็จะทำให้เวียดนามมีเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้อีกแห่งหนึ่ง

สหรัฐฯเองนั้นตระหนักดีว่า ลาว ไม่มีความสำคัญมากพอที่จะทุ่มเทสรรพกำลังเข้าไปเพื่อยึดครองหรือทำสงครามกับประเทศนี้เหมือนกับที่ทำกับเวียดนาม

แต่ขณะเดียวกัน การปล่อยให้เวียดมินห์ใช้พื้นที่เคลื่อนไหวในแดนลาวอย่างเสรี ก็ไม่เป็นผลดีต่อการทำศึกของตนในเวียดนามเหมือนกัน

เพราะขณะการขนระเบิดไปทิ้งในโฮจิมินห์ เทรล ราวกับทำจากใบไม้ใบหญ้า จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

และแน่นอน เพื่อหาเป้าหมายให้กับเครื่องบินได้ดีที่สุด สถานีเรดาห์ควรจะตั้งอยู่ในแผ่นดินลาว

ไทย มี 2 ประเด็น สำหรับการเอาตัวไปคลุกฝุ่นในลาว อย่างที่ 1 แน่นอนยุทธศาสตร์หลักในการป้องกันชาติ คือออกไปรบนอกบ้าน ดีกว่ามารบในแผ่นดินตัวเอง

นี่คือเหตุผลที่ พล.ท.วิฑูรย์ ใช้ด่าวุฒิสมาชิกอเมริกันที่ดั้นด้นไปดูข้อเท็จจริงในแผ่นดินลาว และดันไปเรียกเสือพรานจากลุ่มเจ้าพระยาว่าเป็นทหารรับจ้าง ซึ่งพล.ท.วิฑูรย์บอกว่า ไม่มีใครเพราะค่าจ้างเดือนละ 4 พันบาท เพื่อมาตายที่นี่หรอก แต่เพราะข้ามแม่น้ำนี้ไปคือแผ่นดินไทย เพราะขณะ นี่คือแนวรบที่ต้องชนะก่อนที่ศึกจะข้ามโขงไปฝั่งโน้น

อีกเหตุผลนึง ปฎิเสธไม่ได้ว่า รัฐบาลทหารของไทยที่ขึ้นมามีอำนาจภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งคงจะเป็นฟาสซิสต์เจ้าเดียวที่กลับมาครองอำนาจได้อย่าง จอมพล ป. ถ้าไม่ใช่เพราะสหรัฐฯเปลี่ยนแนวการสนับสนุนเพื่อป้องกันนโยบายปรีดีจะขยายไปสู่อินโดจีนมากขึ้น

เพราะขณะ จึงจำเป็นอยู่เองที่ต้องต่างตอบแทนบุญคุณอันนี้ ด้วยการเดินตามอเมริกันเข้าไปรบในอินโดจีนทั้ง 3 แผ่นดิน

อ้อ แล้วอย่าลืมเกาหลีที่แม้แต่อเมริกันยังแปลกใจว่าเหตุใดจึงตอบสนองความต้องการพันธมิตรได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงเช่นนั้น

เกินกว่าที่อเมริกันคาดหวังไว้เสียอีก อีกประการนึง คือ สถานการณ์ในลาวไม่เหมือนกับเวียดนาม เพราะสหรัฐฯไปพ่ายศึกหลวงน้ำทา ทำให้ต้องร่วมลงนามสัญญาซูริก ที่ระบุให้ทหารต่างชาติถอนตัวออกจากการสนับสนุนลาวทั้งหมด ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตาม

การรบในลาวจึงเป็นการรบด้วยเงาของทั้งฝ่ายโลกคอมมิวนิสต์และโลกเสรีจริงๆ

ผิดกับเวียดนาม ที่แค่เอาเรือไปล่อๆ ให้เวียดนามเหนือยิงเรือแมดดอกเข้าโป้งเดียว ก็มีข้ออ้างที่จะประกาศสงครามแล้ว
เข้าสู่สมรภูมิ

อ้อ เกือบลืม อีกนิดนึง เสือพรานหรือทหารรับจ้างไทยที่เข้าไปรบในลาวนั้น แบ่งเป็น 2 อย่างนะครับ พวกทหารเดินดินก็พวกนึง อีกพวกนึงที่มีบทบาทมาก และขาดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยถึงคือพวกครวจการณ์หน้า กับนักบิน T 28 ที่พวกนี้จะต้องเอาพวกที่มีความรู้หน่อย โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เพื่อประสานงานกับพวกที่ปรึกษาทางทหารอเมริกันในการตรวจสอบตำบลกระสุนตก เพื่อปรับทิศปืนใหญ่ และเป้าหมายในการบินทิ้งระเบิด

ส่วนพวกนักบินนั้น เนื่องจากภูมิประเทศของลาว เป็นป่าไม้และภูเขาสูง การใช้เครื่องบินไอพ่นความเร็วสูงไม่ค่อยได้ผล เพราะบินเร็วเกินไป

เครื่องบินใบพัดแบบ T28 จึงมีบทบาทสูง เพราะมีความเร็วต่ำ โฉบยิงได้ง่าย ไม่เร็วปรู๊ดปร๊าดจนเลยเป้าหมาย

แถมยังหานักบินได้ง่ายกว่านักบินเครื่องบินไอพ่นเยอะ

ที่ทำแบบนี้ได้ เพราะฝ่ายขบวนการปเทดลาว หรือเวียดมินห์นั้น ไม่ค่อยมีเครื่องบินเข้าต่อกรสักเท่าไร ในเวียดนามอาจจะเห็นมิกขึ้นมาโฉบเฉี่ยวบ้าง แต่ในลาวนั้น เรียกได้ว่าไม่มีเลย

ที่จะต้องระวังก็เห็นจะเป็นแค่ปืนต่อสู้อากาศยาน เมด อิน ไชน่า ยุคเริ่มต้น ที่คุ้มดีคุ้มร้ายอยู่บ้าง

แต่กระนั้นก็สอยเครื่องบินอเมริกันลงมาได้อย่างน่าภาคภูมิใจไม่น้อยเหมือนกัน
เข้าสมรภูมิกันเลยครับ

ฝ่ายขบวนการปเทดลาวที่ประกอบด้วยทหารฝ่ายซ้าย นำโดยกองพันที่ 2 ที่แยกตัวหนีออกมาจากเวียงจันตั้งแต่ครั้งแรก และกองทหารอาสาสมัครเวียดนาม (ภาษาอย่างเป็นทางการที่รัฐบาลลาวปัจจุบันใช้ในหนังสือประวัติศาสตร์กองทัพปฏิวัติ เพราะเมื่อก่อนนี้จะปฎิเสธตลอดมาว่าไม่มีทหารเวียดนามเข้าร่วมสู้รบด้วย)

ยุทธการแรกที่ฝ่ายขบวนการปเทดลาวเปิดขึ้น คือ ศึกฤดูแล้งปี 1960 - 1961 (ต้องเข้าใจนะครับว่า ทหารเวียดนามและขบวนการปเทดลาวนั้น มีศักยภาพในการส่งกำลังบำรุงจำกัด สามารถลำเลียงทหารและยุทภัณฑ์ได้เฉพาะฤดูแล้ง เพราะต้องขนกันบนดินอย่างเดียว ผิดกับฝ่ายอเมริกันที่หน้าฝนก็ขนได้

เพราะขณะการศึกในลาว ตั้งแต่ปี 1960 เป็นต้นมา ทั้ง 2 ฝ่ายจึงรบแบบผลักกันตีผลัดกันถอย ถ้อยทีถ้อยลองกำลังกัน

พูดง่ายๆ คือ ถ้าเป็นหน้าแล้ง ฝ่ายขบวนการปเทดลาวก็โหมกำลังเข้ายึดพื้นที่สักทีนึง

พอหน้าฝนฝ่ายซีไอเอและวังเปาก็ตีกลับยึดพื้นที่คืนอีกครั้งหนึง

พอแล้งใหม่ก็วนกลับมาที่เดิม

สมรภูมิก็วน ๆ อยู่ที่ปากซัน ทุ่งไหหิน ซำทอง วังเวียง โดยฝ่ายซ้ายมีเวียงไซ ที่เจาะเข้าไปในถ้ำ เป็นศูนย์บัญชาการ ส่วนฝ่ายขวาก็มีล่องแจ้ง เป็นที่ตั้ง บก.ทัพของวังเปา

ฝ่ายกองทหารอาสาสมัครเวียดนามที่เข้าร่วมการรบในศึกแล้งแรกของปี 1960 นั้น ประกอบด้วยกองพันน้อยที่ 316 และกองพันน้อยเอกราช 923

ส่วนกองกำลังฝ่ายปะเทดลาว ประกอบด้วย 3 กองพัน คือ กองพันน้อยที่ซำเหนือ กองพันน้อย 701 ที่พงสาลี กองร้อย 90 ที่เวียงไซ กองร้อยท้องถิ่นแขวงหลวงน้ำทา

ศึกครั้งแรกนี้ฝ่ายปะเทดลาวมีชัยเหนือทหารของพูมี หน่อสวรรค์ ในการรบที่แขวงหัวพัน ทางทิศใต้ของพงสาลีและทิศเหนือของหลวงพระบาง ได้ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง

เสียทหารทั้งที่ตายและถูกจับเป็นเชลยถึง 2 พันกว่าคน

การรบของฝ่ายแทดลาวและอาสาสมัครเวียดนาม เป็นไปอย่างได้เปรียบตลอดทั้งปี 1960 -61 สามารถยึดครองพื้นที่ได้ถึง 2 ใน 3 ของดินแดนทั้งหมด โดยมีประชาชนในพื้นที่ยึดครองถึง 1 ใน 3 ของประชากรลาวทั้งประเทศ

เมืองที่ฝ่ายลาวแดงยึดได้ เช่น วังเวียง กาสี ผาที เส้นทางหมายเลข 8 หมายเลข 12 และหมายเลข 9
ทางฝ่ายลาวขวา เมื่อแพ้ศึกที่หลวงน้ำทาแล้วก็หันกลับมาปรับปรุงกองทัพกันขนานใหญ่ โดยสหรัฐฯนั้นได้เพิ่มจำนวน "ที่ปรึกษาทางการทหาร" เป็น 1,600 คน ทหารฟิลิปปินส์ จำนวน 400 คน ทหารของพูมีได้รับการจัดตั้งเพิ่มจาก 29,000 คน เป็น 56,000 คน จัดตั้งเป็น 31 กองพันน้อยเคลื่อนที่ 35 กองพันน้อย กองร้อยท้องถิ่นอีก 201 กอง กองร้อยปืนใหญ่ 17 กอง สนับสนุนด้วยเครื่องบินรบ 40 ลำ

ทางฝ่ายปะเทดลาว ก็เพิ่มกำลังสู้รบตามไปด้วย โดยแบ่งเป็นกองทหารหลัก 4 กองพันน้อย

ทหารท้องถิ่น 15 กองพันน้อย กองร้อยอิสระ 36 กอง และ 64 หมวด ทหารปืนใหญ่ 2 กองพันน้อย ปืนใหญ่ป้องกันอากาศ (ต่อสู้อากาศยาน) 3 กองพันน้อย ช่างแสง (สรรพาวุธ) 2 กองพันน้อย ยานเกราะ 3 กองร้อย

โดยมีสมรภูมิต่อไปอยู่ที่เมืองสุย

นอกจากนี้ยังมีทหารจากกองพล 93 มาเพิ่มอีก 4,000 คน และทหารพรานจากไทยอีก 3,500 คน

หลังจากปรับปรุงกองกำลังเรียบร้อยแล้ว ทางพูมีก็เปิดแผนการ "ไชชะนะ" เพื่อเตรียมตีโต้กลับฝ่ายปะเทดลาว
ภายหลังการพ่ายแพ้ที่หลวงน้ำทา จนสหรัฐฯเสียฟอร์มต้องลงนามเซ็นสัญญาหยุดยิง และรับประกันให้ลาวเป็นกลางที่ซูริกแล้ว ยุทธศาสตร์การป้องกันลาวของซีไอเอก็เปลี่ยนไป

อย่างแรกคือกำลังรบหลักจากที่เคยพึ่งพูมี หน่อสวรรค์ (ภาษาลาวจริงๆ อย่างเป็นทางการของเขาจะใช้ตัว "พ" สะกดนะครับเพราะเขาไม่มี "ภ" แต่ที่ไทยเอา "ภ" มาสะกด เพราะใช้ในความหมายว่า "ภูเขา" เหมือนกัน) กับบรรดาเหล่าทหารลาวแต๊ๆ เห็นจะไม่เวิร์ก เพราะพวกนี้ลึกๆ แล้วเขาก็คนชาดเดียวกัน แถมบางหน่วย ไปเจอฤทธิ์ลมปากระดับแกนนำของฝ่ายซ้ายเข้าให้

ย้ายข้างเฉยเลย

ดังนั้น เมื่อซีไอเอ เข้ามาบัญชาการรบเปิดศึกแบบเต็มตัว จึงหันมาพึ่งกำลังรบหลักจากพวกม้งแทน โดยมีนายพลวังเปา (ลาวจะสะกดว่า วังปาว) เป็น ผบ.สส.

ส่วนกำลังเสริมหรือที่ต้องใช้ในระดับคุณภาพหน่อย เช่นการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ซีไอเอ หรือนักบิน ก็ใช้ทหารอาสาสมัครทหารพรานจากไทย โดยเฉพาะการรู้เห็นเป็นใจของรัฐบาลไทยในขณะนั้น (จอมพล ส. - ถนอม) ทำให้มีนายทหารระดับจบจาก จปร.ทยอยลาออกแบบรู้กัน ไปเป็นอาสาสมัครทหารพรานกันเป็นแถว

ก็เหล่ารุ่น 5 - รุ่น 7 ที่กลับมาซัดกันต่อในเวทีการเมืองไทยนี่แหละครับ

อยากรู้ว่าใคร ก็ลองไปหาหนังสือพิมพ์เมื่อสัก 15 ปีที่แล้วเป็นต้นไป มากางกะพื้นแล้วหลับตาเอานิ้วจิ้มลงไปเถอะครับ

เจอชื่อไหนก็ชื่อนั้นแหละ พลาดอย่างมากไม่เกิน 10 เปอร์เซนต์ รับรองเคยผ่านสมรภูมิอินโดจีนมาแล้วทั้งนั้น

จำนวนของทหารไทย อ้างอิงจากกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯจะระบุจำนวนไว้ว่า ไทยส่งทหารเข้าไปในลาวตั้งแต่ปี 2504 เพื่อทำงานทั้งทางด้านการข่าวและการรบโดยตรง โดยเริ่มต้นที่ 13 กองพัน จนกระทั่งสิ้นสุดสงครามเมื่อปี 2518 มีจำนวนทหารไทยอยู่ในลาวประมาณ 15,000 - 20,000 คน

ส่วนเรื่องการรบ ต้องบอกยังงี้ครับว่า หนังสือที่พูดถึงเรื่องนี้แบบเป็นภาษาไทย แทบไม่มีรายละเอียดการรบในช่วงนั้นไว้เลย จะมีบ้างก็เป็นบันทึกส่วนตัวของเหล่านายทหารคนสำคัญที่เข้าไปรบ เช่นของ พล.อ.แป้ง มาลากุล หรือ พล.ต.จำลอง

แม้กระทั่งของ เทพ333 ยังแทบไม่มีข้อมูลอะไรเลย

ทั้งนี้เข้าใจว่าคงเป็นเพราะราชการสงครามครั้งนั้นเป็นความลับ ต่างฝ่ายต่างไม่พูดความจริง

ส่วนข้อเขียนอื่นๆ ก็มักจะออกมารูปของนิยาย ที่ก้ำกึ่งระหว่างข้อมูลจริงกับการประพันธ์ ก็ไม่รู้จะแยกออกตรงไหนได้

ข้อมูลละเอียดที่
http://www.geocities.com/hitler4wine/hitler/youngturk077.html

เรื่องแนะนำ:



 
บทวิจารณ์
  คำสั่ง โหวต
3 คะแนน โดย boi9999 เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
เข้าเวปอาทิตย์ละ2ช.ม.เซ็งงานเยอะตลอด เฮ้อ.... ไม่ว่างซะที
จริงๆ แล้ว ภารกิจของกรมผสม 333 นั้น มิได้มีแต่การรบของทหารเสือพรานในสมรภูมิเท่านั้น หากแต่ยังได้รับมอบหมายให้ทำงานด้านการข่าว งานการเมือง ปฏิบัติการทางอากาศ งานสื่อสาร งานต่างประเทศ และอื่นๆ อีกมากมายที่เปิดเผยไม่ได้

ปี 2518 พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ได้รับชัยชนะ นายพลลาวฝ่ายขวาและนายพลวังเปา พร้อมลูกน้อง ต้องแตกหนีเข้ามาลี้ภัยในแผ่นดินไทย ภารกิจลับของ บก.ผสม 333 ก็ต้องยุติไปโดยปริยาย

ประเมินตัวเลขของการสูญเสียในการสู้รบ 6 ปี ทหารเสือพรานไทยพลีชีพไปเป็นจำนวนมากถึง 2,580 คน บาดเจ็บนับหมื่นนาย ถูกจับเป็นเชลยหรือหายสาบสูญอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีหลายร้อยศพ ที่ไม่สามารถนำร่างนักรบนิรนามกลับมาตุภูมิได้

จึงเป็นที่มาของรวมตัวกันอีกครั้งของทหารเก่า เพื่อเรียกร้องให้สังคมไทยยอมรับ 'ภารกิจเพื่อชาติ' ในครั้งนั้น เพราะที่ผ่านมา ไม่มีการบันทึกวีรกรรมใดๆ ของพวกเขาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์กองทัพไทย
  คำสั่ง โหวต
-2 คะแนน โดย บอยห้วยไคร้ เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
รักน้องหลิว(เทิงวิท)
อืม
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย ทหารเก่า เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
สนธิไปตายซะ
รับดาวครับ บอยห้วยไคร้ดันโหวตลบซะงั้น
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย แพร^^ เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
เพลีย
คุณบอยห้วยไคร้ไปโหวตลบของเขาไมเหรอ นิสัย
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย boi9999 เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
เข้าเวปอาทิตย์ละ2ช.ม.เซ็งงานเยอะตลอด เฮ้อ.... ไม่ว่างซะที
เขาคงกดผิดครับไม่ต้องไปกดลบคอมเม้นเขานะ
  คำสั่ง โหวต
2 คะแนน โดย boi9999 เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
เข้าเวปอาทิตย์ละ2ช.ม.เซ็งงานเยอะตลอด เฮ้อ.... ไม่ว่างซะที

ไม่มีไรทำเอาภาพแฟนผมไปดู เธอสวยนะบอกก่อน
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย bum เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
คนไทยแตกกันเอง แขกเห็นมันยิ้ม ว่ะ..
ผมได้อ่านอยู่ครับเรื่อง สงครามในลาวที่เขียนโดยคนไทย
และคิดว่าคงจะค่อยๆทยอยออกมาให้ชมเรื่อยๆ เพราะคนรุ่นนี้ใกล่จะตายจากกันไปหมดแล้ว เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ วีรกรรมที่เขาทำจะหายไปด้วย ใครมีคนใกล้ชิดที่ไปรบช่วยๆเอา post กันหน่อยนะครับ
  คำสั่ง โหวต
20 คะแนน โดย ds1478 เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
goo goo dolls
เยี่ยมอีกแล้ว บทความดีดีที่คุณboiจัดมา ก็โหวตไปครับ
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย bsider เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
อนาคตยังมองไม่เห็น เพราะสิ่งที่เป็นคือปัจจุบัน
ทหารไทยเก่งครับ แม้ไม่มียุทโธปกรณ์มากมายแต่ก็ สามารถปฏิบัติยุทธวิธีได้อย่างชำนาญ
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย พันดาบไม่สิ้น เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
บทความ
มาติดตามผลงาน ไม่ให้ขาด
    คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย manamana เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
ของเขาดีจริงๆพี่คนนี้
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย pjim99 เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
c
เยี่ยม ชอบครับ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย เหงียนมินห์เทียว เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
รอเตรียมพร้อมกลุ่มของ นปก. ซะก่อน
เวียตนามเป็นปีศาจอีกตามเคย
ไอ้กันเทพจริงๆ เทพชิบหายเลยว่ะเทพมากๆๆๆๆๆ
ไอ้กันนี่เก่งนะหลอกให้ไทยไปตายแทนมัน(หรือกับมัน)
เอ่อ สหายเจ้าของกระทงไปได้ข้อมูลจากฝั่งไหนมาเหรอครับ ทำไมที่ผมได้มาไม่ตรงกันเลยครับ
(ได้จากทหารลาวแดง)
  คำสั่ง โหวต
1 คะแนน โดย boi9999 เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว
เข้าเวปอาทิตย์ละ2ช.ม.เซ็งงานเยอะตลอด เฮ้อ.... ไม่ว่างซะที
ประวัติศาสตร์ต่างคนต่างเขียนครับ
  คำสั่ง โหวต
0 คะแนน โดย tarhisoka เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว

ใช่คับ ต่างคนต่างเขียน ไม่ให้คะแนนคับ ทหารรับจ้าง